วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ย้ายบ้าน

ก็จะมาบอกว่า จริงๆ ไม่ได้หายไปไหนหรอก ตอนแรกสัญญาว่าจะกลับมาเขียนบล็อคใหม่อีกครั้ง แต่ก็ทำตามที่ตั้งใจไม่ได้ เพราะเรื่องราว ความทรงจำที่นี่เยอะเหลือเกิน แล้วก็ประจวบเหมาะกับว่า MSN Space ของข้าพเจ้า แจ้งเตือนมาว่า กำลังจะปิดตัวลง (มั้ง) ให้ผู้ใช้สามารถดึงเอาข้อมูลต่างๆ ที่เคยเขียนไปไว้ใน Wordpress ได้ ข้าพเจ้าก็เลยหาเรื่อง ปัดฝุ่น ปัดหยากใย่ หาที่เขียนใหม่พอดี เอาเป็นว่า ต่อไปนี้ อาจจะไม่ได้กลับมาเขียนที่นี่อีก (อาจจะนะ) หรือถ้ามีไอเดียอะไรที่จะแตกประเภทหมวดหมู่ ก็จะกลับมาเจอกันใหม่

ตอนนี้ได้ย้ายบ้านไปอยู่ https://jutharatt.wordpress.com แล้วนะ สังเกตุว่ายังเป็นของฟรีอยู่ เนื่องจากข้าพเจ้ายังหาแนวที่ตัวเองจะมุ่งไปไม่ได้ ก็เลยยังไม่จดโดเมนอะไร

ไปละ

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

วันหยุดไปไหน? ไปใกล้ๆ ไปเกาะเกร็ด



ได้กลับมาเขียนบล๊อกอีกครั้ง หลังจากหายไปนาน มันเกิดอาการตื้อๆ แฮะ เขียนไม่ออก แต่ยังดีนะที่ไปไหนจะถ่ายรูปไว้เสมอ เรื่องราวเลยออกมาจากรูปภาพซะส่วนใหญ่

คราวนี้จะพาไปเที่ยวเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี กันนะเออ คือ เรื่องของเรื่องอ่ะ เจ้าของบล็อกได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ จ.นนทบุรีแล้วง่ะ แล้วบังเอิ้้ญญญญ บังเอิญ มีพี่ที่รู้จักกันมาจากเชียงใหม่ ก็เลยได้ฤกษ์ไปเที่ยวที่นี่กับเค้าสักที (หลังจากที่เคยขับรถผ่านตามาบ้าง)





จริงๆ แ้ล้ว เกะเกร็ดก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายนะ แต่เราไปแบบไม่ได้เตรียมตัว เลยไม่ได้รู้ว่าควรจะเดินสำรวจยังไง ถึงจะได้เข้าถึงเรื่องราวของเค้า -"- เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะเล่้าประวัติคร่าวๆ ไว้สักนิดแล้วกันนะ

"เกาะเกร็ด" เป็นเกาะกลางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นชื่อตำบล ใน จ.นนทบุรี เราสามารถเดินทางไปโดยทางน้ำก็ได้ หรือจะไปทางรถยนต์แล้วไปขึ้นเรือข้ามฟากก็ได้ เมื่อเราไปถึงก็มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างนะ ไม่ว่าจะเป็น วัดเก่า, ศูนย์หัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาหมู่ ๑, เตาเผาโบราณ, บ้านครก ฯลฯ หรือถ้าเดินจนรอบแล้วยังอยากเที่ยวต่อ เค้าก็มีบริการเรือพาชมรอบเกาะด้วยนะ





กิจกรรมหลักๆ บนเกาะเกร็ด ก็มีเดินชมบ้านเรือนเก่าๆ , ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน , ชมและเลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผา , ชิมอาหารแบบฉบับชาวไทยเชื้อสายมอญ หรือ ถ้าใครไม่อยากเดินให้เมื่อยให้ร้อน เค้าก็มีบริการจักรยานให้เช่าปั่นเที่ยวด้วยนะ (แต่ไม่ค่อยแนะนำอ่ะ เพราะเกาะไม่ได้ใหญ่มาก แถมพื้นที่ก็น้อยอันตราย)





ที่นี่มีชาวไทยเชื้อสายมอญอาศัยอยู่เยอะ ดังนั้นบ้านเรือน การแต่งกาย หรือวัฒนธรรมที่เราจะพบเห็นได้จึงมีเอกลักษณ์ แตกต่างจากการไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ได้เดินชมอะไรเรื่อยๆ ก็เพลินตาดี รู้สึกใสๆ ไม่ได้ปรุงแต่ง สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ และไม่อยากเสียเวลาในการเที่ยวชมก็แนะนำ "เกาะเกร็ด" ไว้ที่หนึ่งนะคะ มาพักผ่อนชิลๆ กับบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำ มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันเถอะ





เกริ่นมาตั้งเยอะ ดูเหมือนเจ้าของบล๊อกจะมีความรู้เน้อะ อิอิ จริงไม่ได้รู้อะไรเยอะหรอก ก็อาศัยอ่านๆ มา เพราะตอนไปเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ทำทุกกิจกรรมที่กล่าวมาหรอก ก็บอกแล้วไง ว่าไปแบบไม่ได้เตรียมตัว ก็อาศัยว่าอยู่ใกล้ที่พัก ก็เลยนั่งแท็กซี่ แล้วไปลงเรือข้ามฟากคนละ 3 บาท มั้ง แค่นี้เลยก็ได้เหยียบเกาะเกร็ดแล้ว 555





เมื่อเหยียบย่างเข้าสู่เกราะเกร็ด สิ่งที่จะได้พบแรกๆ เลยก็คือ พวกของเล่นสีสันสดใส ฉูดฉาด มีให้เห็นเยอะมากๆ แต่ละอย่างเห็นแล้วก็จะนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็กๆ แบบว่า .... อ๊ะ!!! อันนี้เคยมีนะ (ตอนนี้อยู่ไหน?) อันนั้นเคยเล่นนะ อันนู้นนน เคยเห็นนะ (ชื่อว่าอะไรนะ?) แต่ล่ะสิ่ง แต่ละอย่างเห็นแล้วก็สงสัยว่าเด็กสมัยนนี้รู้จักกันด้วยเหรอ? (ออกแนวว่าเจ้าของบล๊อกเริ่มแก่)





สิ่งต่อมาที่เราจะเห็นได้เยอะ ก็คือ "ร้านดอกไม้ทอด" แบบว่าเดินไปจุดไหนก็เจอ ถ้าหากใครมาที่เกาะเกร็ด สิ่งที่จะต้องทำเป็นอันดับแรกๆ คือ ชิมดอกไม้ทอด ที่เค้านำดอกไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า ดอกอัญชัน หน่อกะลา ฯลฯ มาชุบแป้งแล้วก็ทอดกรอบ ไอ้เราก็อยากจะชิมอ่ะนะ แต่ด้วยความที่ว่ามีหลายร้านเกิน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าร้านไหนคือ ร้านต้นตำหรับกันแน่ เลยขอบายแล้วกัน ขอเดินเมียงๆ มองๆ ห่างๆ พอ อิิอิ แต่ถึงแม่ร้านพวกนี้จะเยอะแค่ไหน ก็เป็นอันขายหมดทุกร้านสิน่า คนรุมเต็มทุกร้านเลยอ่ะ -"-





เอกลักษณ์ของเกาะเกร็ดอีกอย่างคือ "เครื่องปั้นดินเผา" ที่นี่มีเครื่องปั้นดินเผาขายอยู่ตลอดทางเดินเลย ทั้งๆ ที่ของก็เหมือนๆ กัน แต่คนที่นี่พร้อมใจกันนำออกมาวางขายกันหมด สนนราคาก็ไม่แพงนะ ยอมรับเรื่องความละเอียดของเค้าเลยนะ สมราคามากๆ อ่ะ ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เค้าก็จับมาสลัก แกะ ฉลุ เพิ่มลวดลายสวยงามดี เดินดูเดินเล่นไปเรื่อย ก็ได้เข้าไปดูเตาเผาเครื่องปั้นดินเผา มีคนสาธิตปั้นให้ดูด้วย





ส่วนเรื่องอาหารการกินมาที่นี่ไม่ต้องกลัวอดนะ เพราะอย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าที่นี่มีร้านขายดอกไม้ทอดเยอะ :P นอกนั้นก็มีร้านอาหารออกแนว home stay เลยอะ คือแบบว่า บ้านใครติดริมน้ำ ก็จะต่อระเบียงยื่นออกไป เพื่อจะเอาไว้ให้แขกนั่งรับประทานอาหาร อืมม ได้บรรยากาศดีนะ ลมเย็นๆ ชมวิวสบายๆ ของคาวที่เห็นจะมีทุกบ้านก็คือ "ข้าวแช่" นะ ไม่รู้ว่าบ้านไหนอร่อยสุด แต่จากที่ได้ชิมมาก็ยังไม่ประทับใจเท่าที่เคยได้ทานที่เพชรบุรีเลย -"- ใครทานของคาวแล้วชอบตบท้ายด้วยของหวานก็ไม่ต้องห่วงนะ เพราะที่นี่ขนมหวานไทยๆ เยอะเหมือนกัน มีแบบสาธิตทำให้ดูกันสดๆ เลยก็มี รับรองว่าได้เที่ยวอิ่มตา อิ่มใจ แถม อิ่มท้องด้วยล่ะ





โม้เยอะแล้วอ่ะ เอาเป็นว่ารูปแล้วจิตนาการต่อเองแล้วกันเน้อะ อิอิ เอาเป็นว่า วันหยุดว่างๆ อยากเที่ยวแต่ไม่รู้จะไปไหน ก็แนะนำเกาะเกร็ดไว้่เป็นตัุวเลือกหนึ่งแล้วกันนะ ใกล้ๆ กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก มาซึมซับบรรยากาศดีๆ ใสๆ กันดีกว่า







ป.ล. ต้องขอโทษผู้อ่านด้วย ที่ต้องทนดูรูปที่จัดเรียงไม่สวยงาม เนื่องจาก เจ้าของบล๊อกขี้เกียจ >///< ไว้จะพยายามเอาเชื้อขี้เกียจออกให้หมดนะ สัญญา :P


วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

กลับมาอีกครั้ง




กลับมาแว้ววววว



กลับมาอีกครั้ง หลังจากหายไปกว่าครึ่งปี (รึปล่าวหว่า?) คิดว่าเพื่อนๆ คงลืมไปหมดแล้วล่ะ แต่ไม่เป็นไร คิดซะว่า กลับมาบันทึกความทรงจำ อิอิ ระหว่างที่หายไปมีความทรงจำเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี เรื่องร้าย (ที่ทำเอาแทบยืนไม่ไหว) แต่ตอนนี้ก็กลับมายืนได้แล้วนะ ถึงแม้่ว่าจะยังไม่แข็งแรงมั่นคงเหมือนเดิมก็เถอะ ก็คิดว่า "ผ่านไปแล้ว" ต่อไปต้องอยู่ให้ได้นะ อยู่ด้วยตัวเอง อยู่เพื่อพ่อแม่และตัวเราเอง


ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตไปตามจังหวะที่ควรจะเป็น ไม่เร่งรัด ไม่เร่งรีบ ไม่ร้อนรน อยู่กับธรรมชาติของหัวใจ ปล่อยลมหายใจไปกับทุกๆ วัน ทำทุกวินาทีให้มีค่า ไม่หลบลี้ ไม่หลีกหนี เผชิญมันซะทุกอย่าง เจอมันซะทุกสิ่ง เจ็บแค่ไหน แทบเจียนตาย ก็ต้องผ่านให้ได้ ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าเก่งกาจอะไรหรอกนะ แต่ระหว่างทางได้มีโอกาศคิดทบทวนหลายสิ่งอย่าง ก็เพื่อให้กำลังใจตัวเอง (รึไม่ก็หลอกตัวเอง)


คิดเสมอว่า ตอนที่เราเกิดมา เราก็เกิดมาตัวคนเดียว มีพ่อกับแม่อุ้มชูเลี้ยงดู โตมาได้ยี่สิบกว่าปีก็เพราะพ่อกับแม่ เพราะฉะันั้นต่อไปเราก็ควรอยู่และทำทุกอย่างให้พ่อกับแม่ อย่าเอาใจ เอาตัว ไปผูกติดกับใครเลย เพราะวันที่เราจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เราก็ไปคนเดียว คนที่เสียใจที่สุดและจะคิดถึงเราที่สุดก็คือพ่อแม่ ดังนั้น ต่อไปนี้จะทำตัวให้มีค่ามากๆ และรักตัวเองมากๆ เพื่อพ่อกับแม่ เราต้องอยู่ได้โดยมีพ่อกับแม่เป็นหลัก ต่อไปนี้จะไม่หาหลักใดๆ มายึดเกาะอีกแล้ว เพราะหลักที่มั่นคงที่สุด คือ "พ่อกับแม่"


เราล้มได้ เจ็บได้ ร้องไห้ได้ แต่ฟูมฟายเกินไปมันไม่ดี เพราะเรานั่นล่ะที่จะเหนื่อย เจ็บ และเสียเวลา